in

การดูแลผู้ป่วยเข่าเสื่อม

เมื่อมีลักษณะปวดหัวเข่าให้ดูแลตนเองพื้นฐาน ดังต่อไปนี้

เลี่ยงท่าที่ทำให้ปวดหัวเข่าอาทิเช่น การนั่งงอเข่า ได้แก่ นั่งยองๆนั่งสมาธิ พับเพียบ ฯลฯ ควรจะนั่งเก้าอี้ แทนการนั่งพื้น
เลี่ยงการเดินขึ้นบันได หากปวดหัวเข่าด้านเดียว เวลาเดินขึ้นบันได ให้เดินขึ้นทีละลำดับขั้น โดยก้าวขาข้างดี (ไม่ปวดขึ้นก่อน แล้วชูขาข้างที่ปวดขึ้นตามไปวางบนขั้นที่ขาดีวางอยู่ (อย่าก้าวผ่านไปอีกขั้นหนึ่งส่วนขาลงบันได ก็ก้าวขาข้างที่ปวดลงก่อน แล้วก้าวขาดีตาม การเดินขึ้นลงบันไดทีละลำดับขั้นแบบงี้ ขาข้างที่ปวด จะไม่มีการงอเข่า ก็เลยลดการปวดลงได้
ควรจะเปลี่ยนท่าทางจากนั่งเป็นยืน และก็จากยืนเป็นนั่งสลับก่อนเป็นประจำเข้าจะได้ไม่ขัดข้องมากมาย
ถ้าหากปวดหัวเข่ามากมายประคบด้วยผ้าชุบน้ำร้อน หรือลูกประคบรวมทั้งรับประทานยาพาราเซตามอล ทีละ 1-2 เม็ด ทุเลาปวด ซ้ำได้ทุก ชั่วโมง
หากเดินแล้วรู้สึกเจ็บปวดหัวเข่า หรือหัวเข่าทรุด ควรจะใช้ไม้เท้าช่วยหรือมีราวเกาะ
หากน้ำหนักมากมายควรจะหาทางลดความอ้วนโดยการควบคุมของกินและก็บริหารร่างกายให้เยอะขึ้น (อาทิเช่น เดินเร็ว ขี่จักรยาน วิ่งเหยาะๆ)
เมื่อลักษณะของการปวดหัวเข่าดีขึ้นกว่าเดิมแล้วควรจะบริหารกล้ามหัวเข่าอย่างสม่ำเสมอ เริ่มต้นไม่ต้องถ่วงน้ำหนัก ถัดไปเบาๆถ่วงน้ำหนัก (ตัวอย่างเช่น ใส่ถุงทราย หรือขวดน้ำใส่ลงไปภายในถุงพลาสติกที่ปลายตีน เริ่มจาก 0.3 กก. เป็น 0.5 โล, 0.7 กก. แล้วก็ กก. โดยเพิ่มไปเรื่อยทุก 2-3 อาทิตย์ จนกระทั่งชูได้ 2-3 กก. ข้อหัวเข่าก็จะแข็งแรง รวมทั้งลดลักษณะของการปวด
ควรจะหลบหลีกการใช้ยาชุด หรือยาลูกกลอน ยากลุ่มนี้ถึงแม้ว่าบางครั้งก็อาจจะช่วยทุเลาปวดเจริญแม้กระนั้นมักมีตัวยาอันตราย (เป็นต้นว่า ตีรอยด์) ผสม ซึ่งก่อกำเนิดผลเสียแรงตามมาได้

ควรจะไปพบหมอ เมื่อมีลักษณะข้อใดข้อหนึ่งดังนี้

จับไข้
ข้อหัวเข่าบวม หรือมีลักษณะแดงร้อน
สงสัยเป็นโรคโรคเกาต์ ไข้รูมาติก หรือโรคอื่นๆ
ดูแลตัวเอง 1-2 อาทิตย์แล้วยังไม่ดีขึ้นกว่าเดิม
มีความกังวลใจ ไหมมั่นอกมั่นใจที่จะดูแลตัวเอง