in

การรักษากระดูกสะโพกหัก

เมื่อผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักแพทย์จะพิจารณาและวางแผนการรักษาด้วยวิธีดังต่อไปนี้

การผ่าตัด
การผ่าตัดเป็นวิธีที่นิยมใช้ในการรักษาสะโพกหัก แบ่งออกเป็นหลายประเภทขึ้นอยู่กับจุดที่กระดูกสะโพกหักและความรุนแรงของอาการ ซึ่งแพทย์จะต้องพิจารณาร่วมกับอายุ สภาพร่างกายและจิตใจ และปัญหาสุขภาพส่วนตัวของผู้ป่วยก่อนการผ่าตัดด้วย นอกจากนี้ ก่อนเข้ารับการผ่าตัด แพทย์อาจฉีดยาแก้ปวดเข้าทางหลอดเลือดดำร่วมกับฉีดยาชาบริเวณสะโพกกระดูกเพื่อลดอาการเจ็บปวด

สำหรับการผ่าตัดที่นำใช้รักษาอาการสะโพกหัก เช่น

การผ่าตัดด้วยการใส่โลหะ อย่างสกรู แผ่นเหล็ก หรือหมุด เพื่อยึดตรึงกระดูกที่หักเข้าไว้ด้วยกัน
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมบางส่วนหรือทั้งหมด เพื่อใส่ข้อสะโพกเทียมเข้าไปแทนที่หัวกระดูกต้นขา หรือแทนที่ทั้งหัวกระดูกต้นขาและเบ้าสะโพก ทั้งนี้ ขึ้นกับลักษณะของกระดูกที่หัก และการพิจารณาของแพทย์
การฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด
หลังการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องฟื้นฟูร่างกายด้วยการทำกายภาพบำบัด โดยในขั้นตอนแรกจะมุ่งเน้นไปที่การเคลื่อนไหวและเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูก ซึ่งจะมีวิธีต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของการผ่าตัด ผู้ป่วยและคนในครอบครัวหรือผู้ดูแลอาจต้องปรึกษานักกายภาพบำบัดเพื่อนำไปปฏิบัติตามหากต้องกลับไปพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในระหว่างนี้จะต้องใช้อุปกรณ์ช่วยเดินเพื่อพยุงร่างกายด้วย

การใช้ยา
แพทย์อาจจ่ายยาแก้ปวดที่เหมาะสมให้กับผู้ป่วย เพื่อบรรเทาอาการปวดที่เกิดขึ้น และในผู้ป่วยกระดูกสะโพกหักที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไปอาจต้องใช้ยารักษาโรคกระดูกพรุนอย่างยากลุ่มบิสฟอสโฟเนตส์ เพื่อให้กระดูกแข็งแรงขึ้น และลดความเสี่ยงที่กระดูกสะโพกอีกข้างจะหักไปด้วย ซึ่งอาจเป็นยาเม็ดรับประทานหรือยาฉีดเข้าหลอดเลือดดำ

การรักษาแบบประคับประคอง
ผู้ป่วยบางรายอาจต้องรักษาแบบประคับประคองหากแพทย์พิจารณาแล้วว่าไม่เหมาะสมกับการรักษาด้วยการผ่าตัด เช่น ผู้ป่วยที่มีร่างกายอ่อนแอมาก มีความเสี่ยงสูงหากต้องผ่าตัด หรือผู้ป่วยที่ไม่ได้ไปพบแพทย์ทันทีหลังกระดูกสะโพกหักและกระดูกเริ่มติดแล้ว เป็นต้น การรักษาประเภทนี้อาจทำให้ผู้ป่วยต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นระยะเวลานาน ร่างกายฟื้นตัวได้ช้า ในระยะยาวอาจส่งผลให้สุขภาพโดยรวมไม่แข็งแรงได้