in

การรักษากลุ่มอาการไคลน์เฟลเตอร์ (Klinefelter Syndrome)

กรุ๊ปอาการไคลน์เฟลเตอร์ไม่อาจจะรักษาให้หายสนิท เนื่องจากเป็นความไม่ปกติของโครโมโซมตั้งแต่เกิด ซึ่งหมอจะรักษาคนเจ็บตามอาการและก็ความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เพื่อเอื้อต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ดังต่อไปนี้

การดูแลและรักษาด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน (Testosterone Replacement Therapy)
เป็นแนวทางที่นิยมใช้ทุเลาอาการในผู้เจ็บป่วยกรุ๊ปอาการไคลน์เฟลเตอร์ โดยผู้เจ็บป่วยจะได้รับจะฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนหรือฮอร์โมนเพศชายผ่านการกิน การทา หรือการฉีด โดยหมอจะไตร่ตรองตามสมควรของแต่ละวัย ตำแหน่งที่ต้องการที่จะให้ฮอร์โมนออกฤทธิ์ รวมทั้งความร้ายแรงของอาการ เพื่อร่างกายสามารถนำฮอร์โมนไปใช้เพื่อสำหรับในการปรับปรุงระบบต่างๆตัวอย่างเช่น ช่วยทำให้เสียงทุ้มต่ำ มีขนบนบริเวณใบหน้าแล้วก็ส่วนต่างๆสร้างมวลกล้าม ลดระดับไขมันภายในร่างกาย รวมทั้งยังช่วยทุเลาปัญหาเกี่ยวกับการศึกษารวมทั้งการจัดการอารมณ์ด้วยเช่นเดียวกัน ฯลฯ

การดูแลและรักษาวิธีแบบนี้ควรจะเริ่มตั้งแต่ผู้เจ็บป่วยเริ่มวัยไปสู่เจริญพันธุ์ เพราะเหตุว่าแม้กระทำรักษาช้าเหลือเกินอาจจะก่อให้ผลของการรักษาได้ไม่เต็มสมรรถนะซักเท่าไหร่ นอกนั้น การได้รับฮอร์โมนประเภทนี้เป็นระยะเวลานานต่อเนื่องกันในคนแก่บางทีอาจช่วยลดการเสี่ยงสำหรับในการกำเนิดโรคกระดูกพรุน เพิ่มกำลังขับทางเพศ รวมทั้งปรับสภาพการณ์ทางอารมณ์ แม้กระนั้น แนวทางนี้ไม่อาจจะปรับแก้ภาวการณ์มีลูกยากหรือเป็นหมันได้

การดูแลรักษาอื่นๆ
นอกเหนือจากการรักษาโดยใช้ยาแล้ว คนเจ็บกรุ๊ปอาการไคลน์เฟลเตอร์สามารถรักษาโดยใช้แนวทางอื่นๆเพิ่มอีกได้ ได้แก่ การดูแลรักษาโดยการบำบัดการพูดรวมทั้งใช้ภาษา (Speech And Language Therapy) เพื่อมีการปรับปรุงทางการติดต่อสื่อสารของคนป่วย หรือการใช้กิจกรรมบรรเทา (Occupational Therapy) เพื่อปรับปรุงลักษณะท่าทางและก็ช่วยสำหรับเพื่อการเข้าสังคม รวมทั้งหมอบางทีอาจรักษาตามอาการเปลี่ยนไปจากปกติที่เกิดกับผู้เจ็บป่วย ตัวอย่างเช่น การผ่าตัดเพื่อลดขนาดอกในคนที่มีขนาดทรวงอกใหญ่ การเข้ารับการขอคำแนะนำปัญหาเกี่ยวกับการมีลูกยากสำหรับคนที่อยากมีลูกด้วยตัวเอง การเจอจิตแพทย์หรือนักจิตวิทยาเพื่อขอคำแนะนำถึงปัญหาที่เกิดขึ้นทางด้านของสุขภาพจิต ฯลฯ

สิ่งจำเป็นของการดูแลรักษาผู้ป่วยในกรุ๊ปอาการไคลน์เฟลเตอร์ เป็นจำต้องหมั่นตรวจเช็คสุขภาพเกี่ยวกับร่างกายพร้อมกันไปกับสุขภาพที่เกี่ยวข้องทางจิตอยู่ตลอด เนื่องจากว่าลักษณะของการเจ็บเจ็บไข้ทางร่างกายบางทีอาจเป็นต้นเหตุที่นำมาซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับทางสุขภาพทางจิตตามมาได้เหมือนกัน