in

งูกัด (Snake Bite)

งูกัด (Snake Bite) จัดเป็นภาวการณ์สุขภาพที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลเบื้องต้นแล้วก็รักษาอย่างเร่งด่วน เพราะการเช็ดกงูที่มีหรือเปล่าเป็นพิษกัดนั้นอาจทำให้กำเนิดอาการแพ้หรือติดโรค คนที่ถูกงูที่มีพิษกัดจะกำเนิดลักษณะของการปวดรวมทั้งบวมที่แผล สั่นเทิ้ม อ้วก แล้วก็ขยับร่างกายมิได้ โดยอาการพวกนี้จะเกิดขึ้นเป็นลำดับ

แผลงูกัดแบ่งได้เป็น 2 จำพวก ตามรูปแบบของงู ตัวอย่างเช่น งูที่มีพิษกัด และก็งูไม่มีพิษกัด

  • งูที่มีพิษกัด งูประเภทนี้จะปลดปล่อยพิษให้ซึมเข้าไปในผิวหนัง เยื่อเมือก หรือดวงตาของคนที่ถูกกัด ดังนี้ งูพิษบางตัวบางทีอาจกัดโดยไม่ปลดปล่อยพิษออกมา (Dry Bite) ก็ได้ งูพิษที่มักพบในไทยนั้นมีหลายประเภท ดังเช่น งูจงอาง งูเห่า งูแมวเซา งูสามเหลี่ยม งูสมิงคลา งูกะปะ งูสมุทร หรืองูเขียวหางไหม้
  • งูไม่มีพิษกัด งูจำพวกนี้จะปลดปล่อยพิษให้ซึมเข้าไปในร่างกายของคนที่ถูกกัดมิได้ โดยแผลจากงูไม่มีพิษจะไม่เหมือนกับแผลงูเป็นพิษที่ไม่ปลดปล่อยพิษ อย่างไรก็ตาม คนที่ถูกงูไม่มีพิษกัดควรจะเข้ารับการดูแลรักษาโดยทันทีเหมือนกับคนที่ถูกงูที่มีพิษกัด งูไม่มีพิษที่พบมากในไทยมีหลายสายพันธุ์ อาทิเช่น งูเขียวประเภทต่างๆงูสิง งูแสงตะวัน งูดิน งูเหลือม หรืองูหลาม

ถ้าเจอคนที่ถูกงูกัด ควรจะพยาบาลเบื้องต้นพื้นฐาน เพื่อชะลอพิษงูกระจายทั่วร่างของร่างกาย โดยการทำความสะอาดแผล ไม่ขยับอวัยวะที่ถูกงูกัด แล้วก็คนสนิทบางทีอาจช่วยผู้เผชิญเหตุให้ไม่ตื่นตระหนกมากเท่าไรนัก ที่สำคัญ ห้ามกรีด ตัด ดูด จักจี้ไฟ หรือพอกยาตรงแผลงูกัด ซึ่งอาจจะทำให้ติดโรคได้ และไม่ควรจะขันชะเนาะรอบๆที่ถูกงูกัด เพราะเหตุว่าไม่ใช่แนวทางชะลอพิษงูดังที่รู้เรื่องกัน ทั้งจะก่อให้เนื้อตายได้มากขึ้น แล้วบางทีอาจถ่ายภาพหรือนำซากงูที่ตายแล้วมาด้วยแล้วก็รีบนำคนไข้ส่งโรงหมอเพื่อเข้ารับการดูแลรักษาจากหมอถัดไป โดยคนไข้จะได้รับเซรุ่มแก้พิษโดยทันทีในเรื่องที่รู้ประเภทงู