in

โควิด-19 การรักษาด้วยพลาสมาจากผู้ที่หายป่วย องค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเ…


โควิด-19 การรักษาด้วยพลาสมาจากผู้ที่หายป่วย องค์ความรู้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
.
ขณะนี้ได้มีการนำพลาสมาจากผู้ที่หายป่วยมารักษาผู้ป่วยโควิดในการระบาดและรอบใหม่มากกว่า 120 คนจนพลาสมาที่มีอยู่ใกล้จะหมดลง จึงอยากจะเชิญชวนผู้ที่หายแล้วพร้อมที่จะมาบริจาคได้โดยเฉพาะผู้ชาย มีหลายท่านเข้าใจผิดทำให้มีคนเขียนมาถามมากมายถามว่า การให้พลาสมาผู้ที่หายป่วยแล้วไม่เกิดประโยชน์อย่างใดไม่ใช่หรือ มีการศึกษาวิจัยแล้ว ขอตอบว่า ใช่
.
มีการศึกษาวิจัยแล้วที่เป็นการศึกษาวิจัยที่ดี พิมพ์ในวารสาร NEJM ชั้นนำของโลกว่าการให้พลาสมาในผู้ป่วยที่เป็น”รุนแรง” ให้แล้วไม่แตกต่างกันกับการไม่ได้ให้ การรักษาด้วยพลาสมาในรายงานนี้ทุกคนยอมรับถ้าผู้ป่วยรุนแรงถึงกับใส่ท่อช่วยหายใจแล้ว ไม่มีประโยชน์อันใดเลยจะให้พลาสมา
ผู้เขียนนำผลงานนี้มาเผยแพร่ในสื่อสังคมทำให้หลายคนเข้าใจผิด แต่ไม่ได้อ่านต่อไปว่า มีการศึกษาในวารสารเดียวกันการให้พลาสมาในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว และให้เร็วตั้งแต่เริ่มมีปอดบวม พบว่าสามารถป้องกันการดำเนินโรคไม่ให้เลวลงทำให้ผู้ป่วยลดการใส่ท่อช่วยหายใจและลดอัตราการตายได้
.
ต่อมามีการศึกษาอีกในวารสารเดียวกันที่มีชื่อพบว่าพลาสมาที่ใช้จะต้องมีระดับภูมิต้านทานสูงจึงจะได้ประโยชน์โดยเฉพาะภูมิต้านทาน 1:320 ขึ้นไป
ดังนั้นในการเก็บพลาสมาของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เราจึงเลือกเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานสูงตามเกณฑ์ดังกล่าวเท่านั้น เพื่อให้ผู้ใช้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดตามหลักฐานทางวิทยาศาสตร์
.
ต่อมาก็มีการเผยแพร่ทางสื่อสังคมในบ้านเราอีกว่า การให้พลาสม่าจะทำให้ไวรัสกลายพันธุ์ จึงอยากขอชี้แจงว่า การฉีดวัคซีน การให้พลาสมา ภูมิต้านทานที่เกิดขึ้น มีส่วนในการกดดันไวรัสให้ไวรัสกลายพันธุ์เกิดขึ้นได้จริง ไม่ว่าจะเป็นภูมิต้านทานที่เกิดจากวัคซีน หรือภูมิต้านทานที่อยู่ในพลาสมา ไวรัสก็จะปรับตัวหลบหลีกภูมิต้านทานนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติ
.
จึงอยากจะเรียนชี้แจงว่า ขอให้สบายใจในการให้พลาสมาเป็นการให้ในโรงพยาบาลหรือหอผู้ป่วย มีการดูแลการแพร่กระจายของโรคไม่ให้ไปติดผู้อื่นอยู่แล้ว เหมือนการป้องกันเช่นเดียวกันกับการป้องกันเชื้อดื้อยา ขณะที่ผู้ป่วยรักษาอยู่จะมีทั้งยาและผลิตภัณฑ์ต่างๆที่จะทำให้ไวรัสหลบหลีกได้ทั้งนั้น แต่เมื่อผู้ป่วยอยู่ในโรงพยาบาลถึงแม้จะมีไวรัสกลายพันธุ์ ก็เกิดขึ้นในโรงพยาบาลก็จะเกิดในผู้ป่วยคนนั้นจนกว่าผู้ป่วยนั้นจะหาย
ไวรัสหมดไปแล้วจนกลับบ้านหรือเสียชีวิต ไวรัสจะไม่มีโอกาสที่แพร่กระจายไปสู่ผู้อื่นได้เลย การระบาดของสายพันธุ์ใหม่จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยในผู้ป่วยที่อยู่โรงพยาบาล จึงอยากให้สบายใจได้
.
ความรู้ที่เกิดใหม่เป็นพลวัตอยู่ตลอดเวลา การติดตามข้อมูลที่ถูกต้อง และจะต้องคิดวิเคราะห์จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมาก ดังนั้นในขณะนี้ในโครงการบริจาคพลาสมา เราจะมีการตรวจระดับภูมิต้านทานของผู้ที่จะมาบริจาค เราจะรับบริจาคเฉพาะผู้ที่มีภูมิต้านทานสูงเท่านั้นและการนำไปใช้เราได้มีคำแนะนำให้ใช้กับผู้ป่วยในระยะเริ่มแรกที่ผู้ป่วยมีภาวะปอดบวม อย่างน้อย 2 จุดขึ้นไป และ/หรือเริ่มมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำลงมาอยู่ที่ 94 เปอร์เซ็นต์หรือต่ำกว่า เราจะไม่รอจนผู้ป่วยเข้าสู่ภาวะวิกฤตเช่นเกิดภาวะหายใจล้มเหลวแล้วจะทำให้การรักษาไม่ได้ผล
.
จากข้อมูลการรักษาขณะนี้มากกว่า 120 ราย ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษามีอาการเป็นที่น่าพอใจ กำลังรอวิเคราะห์ผลทั้งหมดและความประสงค์ของแพทย์ผู้รักษา ก็อยากจะได้พาสมาดังกล่าว เพราะซึ่งเปรียบเทียบกับยาที่ใช้รักษาแล้วมีราคาถูกกว่ากันมาก ถึงแม้พลาสมาจะเป็นชีววัตถุ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ก็มีมาตรการในการตรวจความปลอดภัยที่จะนำพลาสมานั้นมาใช้ตามมาตรฐานสากล
#หมอยง


Source