in

โควิด-19 เมื่อเวลาเปลี่ยนไปความรู้ก็เปลี่ยน จึงมีความสำคัญในการติดตาม . การใส่หน…


โควิด-19 เมื่อเวลาเปลี่ยนไปความรู้ก็เปลี่ยน จึงมีความสำคัญในการติดตาม
.
การใส่หน้ากากอนามัยสมัยก่อนโควิด เราจะแนะนำให้ผู้ที่ป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของโรคออกไปมากกว่าที่จะแนะนำให้คนปกติใส่ เมื่อเกิดการระบาดของโรคโควิด ปัจจุบันเป็นที่ทราบแน่ชัดแล้วว่าทุกคนต้องใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันโรคร่วมกันในการลดการแพร่กระจายป้องกันเขาและป้องกันเรา
.
การแพร่กระจายของโรคโควิต แต่เดิมกล่าวว่าการแพร่กระจายจะเป็นทางฝอยละอองเพราะดูจากอำนาจการแพร่กระจายของโรค (R0) จะอยู่ที่ 2-3 ไม่ได้มากแบบโรคหัด (R0=15) แต่หลังจากมีการแพร่กระจายอย่างมากใน Superspreading โดยเฉพาะในที่ปกปิด อากาศถ่ายเทไม่ดี รวมทั้งมีรายงานการระบาดในโบสถ์ที่มีการร้องเพลง ทำให้เข้าใจว่าการแพร่กระจายของโรคสามารถผ่านไปทางอากาศได้ (Airborne) อย่างเช่นในสถานบันเทิง มาตรการในการป้องกันจึงจำเป็นที่จะต้องเข้มงวดแบบการแพร่กระจายในอากาศ ดังนั้นในอาคารจึงจำเป็นที่จะต้องสวมหน้ากากอนามัยเป็นอย่างยิ่ง
.
การกลายพันธุ์ในระยะแรก ดูเหมือนว่าการกลายพันธุ์ค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับไข้หวัดใหญ่ เมื่อไวรัสออกจากประเทศจีน เริ่มมีการกลายพันธุ์มาตลอดจะเห็นว่าสายพันธุ์ G แพร่กระจายได้รวดเร็วและกระจายไปทั่วโลกกลบสายพันธุ์อื่น ต่อมาพบว่ามีการกลายพันธุ์อีกหลายสายพันธุ์ที่ทำให้แพร่กระจายได้รวดเร็วและหลบหลีกภูมิต้านทาน สายพันธุ์อังกฤษแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์ G เดิม ซึ่งต่อไป ก็คงจะกระจายทั่วโลกและเพิ่มอัตราการติดโรคได้มากขึ้นที่เห็นในประเทศไทย
.
การเป็นแล้วเป็นได้อีก หลักฐานปัจจุบันค่อนข้างชัดแล้วว่าโรคนี้ เมื่อหายแล้วยังมีโอกาสเป็นได้อีกเมื่อภูมิต้านทานตกต่ำลงหรือไวรัสมีการเปลี่ยนแปลงพันธุกรรม? ดังนั้นในทำนองเดียวกันการให้วัคซีนเพื่อสร้างภูมิต้านทาน ประสิทธิภาพในการป้องกันจึงไม่ 100% เมื่อให้แล้วก็ยังเป็นโรคได้โดยมีความหวังที่จะให้ความรุนแรงของโรคลดลง
.
ภูมิคุ้มกันกลุ่ม ที่เคยคาดหวังไว้จะได้ผลดีก็ต่อเมื่อโรคนั้นเป็นแล้วโอกาสกลับเป็นซ้ำน้อยมากเช่น โรคหัด สุกใส แต่สำหรับโควิด-19 ความหวังของภูมิคุ้มกันกลุ่มอาจจะต้องมากกว่าที่คิดเพราะให้วัคซีนแล้ว ก็ยังมีโอกาสที่ติดเชื้อและแพร่กระจายโรคได้แต่อาการน้อยลง อัตราในการให้วัคซีนอาจจะต้องมากกว่าตัวเลขที่คำนวณตาม R0
.
ดังนั้นความรู้ในปัจจุบันนี้ ณ ขณะนี้ก็ถูกต้องสำหรับขณะนี้ แต่ในวันข้างหน้าเมื่อมีองค์ความรู้ใหม่ขึ้นมาก็อาจจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
#หมอยง


Source