in

โควิด-19 วัคซีน . 1. ขณะนี้ทั่วโลกวัคซีนโควิดที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ฉีดในภาวะฉุกเฉิ…


โควิด-19 วัคซีน
.
1. ขณะนี้ทั่วโลกวัคซีนโควิดที่ได้ขึ้นทะเบียนให้ฉีดในภาวะฉุกเฉินมีแล้วถึง 6 ชนิด ของจีน 3 ชนิด, รัสเซีย 1 ชนิด, อเมริกา 1 ชนิด และอเมริการ่วมกับเยอรมัน 1 ชนิด
.
2. วัคซีนเป็นเชื้อตาย 2 ชนิดของจีน ไวรัสเวกเตอร์ 2 ชนิดเป็นของจีนและรัสเซีย และ mRNA 2 ชนิดเป็นของอเมริกา และอเมริการ่วมกับเยอรมนี
.
3 วัคซีน AstraZeneca ที่ไทยรอคอยอยู่ ยังไม่สิ้นสุดการทดลอง
.
4. มีร่วม 10 ประเทศได้เริ่มฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 5 ล้านโดส และภายในมกราคมจะมีการฉีดอีกหลายสิบเท่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นร้อยล้านโดส
.
5. ประเทศต่างๆได้ขึ้นทะเบียนหรือทะเบียนในภาวะฉุกเฉินในวัคซีนบางตัว มากกว่า 30 ประเทศและรวม EU ทั้งหมด แสดงว่าจะมีการฉีดเป็นจำนวนมากในเดือนมกราคม
.
.
ทำไมประเทศไทยจึงช้าในเรื่องวัคซีนโควิด
.
1. เพราะเรามุ่งอยู่กับวัคซีนไวรัสเวกเตอร์ของ AstraZeneca อย่างเดียวหรือ? (ไม่ทราบ) ยังทดลองไม่เสร็จและยังไม่มีประเทศไหนขึ้นทะเบียน แม้กระทั่งในภาวะฉุกเฉิน (รออังกฤษ) ความจำเป็นที่ต้องใช้วัคซีนมีจำนวนมากกว่าที่ทำสัญญาไว้มาก
.
2. เราไม่ควรยึดติดอยู่กับวัคซีนบริษัทใดบริษัทหนึ่ง มีวัคซีนให้เลือกในขณะนี้หลายบริษัทแม้กระทั่งของจีน ยุโรป อเมริกา
.
3. ขบวนการติดต่อจัดซื้อไม่ควรอยู่ที่วัคซีนชนิดใดชนิดหนึ่ง เพราะมีความจำเป็นใช้ถึง 80 ล้านโดส ควรจะมีตัวเลือกและถือเป็นเรื่องเร่งด่วน
.
4. ภาคเอกชนควรมีส่วนช่วยภาครัฐ เชื่อว่าถ้าให้เอกชนนำเข้าจะแบ่งเบาภาครัฐได้มาก ถึงแม้ว่าวัคซีนที่จะต้องเก็บในอุณหภูมิต่ำก็ไม่เป็นปัญหา ในสิงคโปร์สามารถจัดการได้ ประเทศไทยก็ควรจะจัดการได้เพื่อจะได้แบ่งเบาวัคซีนของภาครัฐให้ได้เพียงพอกับประชาชนทั่วไปโดยเร็ว
.
5. กระบวนการขึ้นทะเบียนของไทยจะต้องมีขั้นตอนที่รวดเร็ว ดูแผนที่และข้อมูลจาก Wikipedia การวางแผนการให้วัคซีนของประเทศต่างๆทั่วโลกแล้ว แม้กระทั่งแผนการขึ้นทะเบียนการใช้อย่างฉุกเฉินรออยู่ก็ไม่มีประเทศไทย
.
ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มี สิงคโปร์ มาเลเซีย และ ฟิลิปปินส์ ซึ่งนำหน้าไปแล้ว เราจะทำอย่างไรให้ประเทศไทยขยับตัวได้เร็วกว่านี้ ไม่รอถึงมิถุนายนอย่างที่เป็นข่าว การระบาดครั้งนี้หนักกว่าที่คิด ผู้รับวัคซีนควรมีสิทธิ์เลือกที่จะฉีดหรือไม่ฉีดและควรได้รับข้อมูลที่ถูกต้องทั้งหมด




Source