in

โควิด-19 การพัฒนาวัคซีน ถ้ามองย้อนไปถึงสมัย เอดเวิร์ด เจนเนอร์ ได้ปลูกฝีให้กับเ…


โควิด-19

การพัฒนาวัคซีน ถ้ามองย้อนไปถึงสมัย เอดเวิร์ด เจนเนอร์ ได้ปลูกฝีให้กับเด็กคนแรกในปี 2339 เพื่อป้องกันฝีดาษ โดยสังเกตจากหญิงรีดนมที่เป็นฝีดาษวัวแล้วไม่เป็นฝีดาษคน และเป็นผู้ใช้ศัพท์คำว่าวัคซีน ซึ่งมาจากภาษาลาตินแปลว่า วัว

ต่อมาในสมัย หลุยส์ ปาสเตอร์ เมื่อกว่าร้อยปีที่แล้ว ได้มีคิดค้นวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า สามารถสร้างภูมิต้านทานป้องกันโรคได้ ทั้งที่ท่านไม่ได้เป็นแพทย์ ท่านก็ไม่ได้มีวิธีการขั้นตอนเริ่มจากสัตว์ทดลองแล้วมาทดลองในคนระยะที่ 1 2 3 แต่วัคซีนที่ใช้แบบสมัยของ หลุยส์ ปาสเตอร์ หลายคนคงเคยรู้ว่าฉีดรอบสะดือ 17-21 เข็มและมีอาการข้างเคียงมาก สามารถป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าได้ แต่อาการข้างเคียงก็อาจทำให้เสียชีวิตได้เช่นกัน วิธีดังกล่าวจึงได้เลิกใช้

ในปัจจุบันการศึกษาวัคซีน ไม่ใช่บอกว่ากระตุ้นภูมิต้านทานได้แล้วในสัตว์ทดลองแล้วบอกว่าทำได้แล้ว ยังมีขั้นตอนการทดสอบความเป็นพิษ ทดสอบความปลอดภัยในระยะต่างๆ การศึกษาในมนุษย์จะต้องใช้ข้อมูลพื้นฐานที่มีการทดลองอย่างดีและการเตรียมวัคซีนอย่างดีในขั้นทดลองในสัตว์ทดลอง ก่อนจะมาถึงการศึกษาความปลอดภัยในมนุษย์ จึงใช้ระยะเวลาการศึกษายาวนานกว่าจะได้วัคซีนใหม่ แต่ละตัวโดยเฉลี่ยถึง 10 ปี แต่เมื่อมาถึงโรคระบาดที่มีความรุนแรงและรวดเร็ว ทุกคนจึงต้องทำงานแข่งกับเวลา จึงมีการศึกษาวิจัยในแต่ละขั้นตอนให้รวบรัดขึ้น แต่ก็ยังต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

วัคซีนโควิด-19นี้ สามารถรู้ผลได้ภายในสิ้นปีนี้ ก็ถือว่าทำเร็วกว่าปกติเป็น 10 เท่าทีเดียว จะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์การผลิตวัคซีน ในอดีตการคิดค้นวัคซีนจะใช้บุคคลคนเดียวหรือกลุ่มเล็ก
แต่ในปัจจุบันเป็นไปไม่ได้แล้ว การทำงานจะต้องทำเป็นทีมใหญ่ ใช้หลายศาสตร์มารวมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากที่สุด


Source