in

โควิด-19 ประเทศไทยสามารถควบคุมไม่ให้มีการระบาดในประเทศได้ถึง 100 วันแล้ว ขณะเดี…


โควิด-19 ประเทศไทยสามารถควบคุมไม่ให้มีการระบาดในประเทศได้ถึง 100 วันแล้ว

ขณะเดียวกันจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกรวม 26 ล้านคนแล้ว มีผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 8 แสนคน ผู้ติดเชื้อจะยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆประมาณ 4 วันหนึ่งล้านคน ภายในสิ้นปีนี้น่าจะมีผู้ติดเชื้อมากกว่า 50 ล้านคนและมีการสูญเสียชีวิตมากกว่าล้านแน่นอน

ความหวังที่จะหยุดยั้งการระบาดของโรคได้ ทุกคนตั้งความหวังไว้ที่วัคซีน แต่การให้วัคซีนกับคนทั้งโลกไม่ใช่เรื่องง่าย การจะหยุดยั้งการระบาดของโรคได้จะต้องมีคนติดเชื้อไปแล้ว รวมทั้งเกิดภูมิต้านทานที่ได้จากวัคซีนรวมกันแล้วต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 50-60 ของประชากร

วัคซีนจะต้องมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรค ความหวังส่วนตัวขอให้มีประสิทธิภาพไม่น้อยกว่า 60% ก็ยังดี หรือให้วัคซีนแล้วถ้าติดเชื้อจะลดอาการรุนแรงลงได้ ไวรัสนี้จะยังอยู่กับเราตลอดไป สิ่งหนึ่งที่มีความต้องการอย่างยิ่งคือยาที่ใช้รักษาจำเพาะเพื่อลดความรุนแรงของโรคและไม่ให้เกิดการเสียชีวิตเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ต้องการในระยะยาว

ในอดีตที่ผ่านมายกตัวอย่าง ไข้หวัดใหญ่สเปน ในการระบาดไม่ได้มีการควบคุมมากมายเท่าปัจจุบัน แต่เมื่อ 100 ปีที่แล้วประชากรก็ไม่ได้หนาแน่นเท่ากับปัจจุบัน การระบาดของโรคใช้เวลา 2 ปี โรคจึงสงบลง เชื้อไวรัสไม่ได้หมดไป เปลี่ยนเป็นไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลที่เป็นการระบาดทุกปี

สำหรับโควิด-19 มีมาตรการในการควบคุมป้องกันลดการระบาดให้เหลือน้อยที่สุด ดังนั้นถ้าไม่มีวัคซีนมาช่วยเลย การระบาดจะต้องยาวนานกว่า 2 ปี อย่างไรก็ตามมีความเชื่อมั่นว่าภายในสิ้นปีนี้ ผลการศึกษาวัคซีนในระยะที่ 3 ที่มีถึงอย่างน้อย 6 ชนิดในปัจจุบัน ก็น่าจะเริ่มเห็นประสิทธิผลในการป้องกันโรคของวัคซีนแต่ละชนิดที่ทำการศึกษากัน

ในอดีตถึงปัจจุบัน วัคซีนที่ทำการศึกษากันประกอบไปด้วย

1. วัคซีนเชื้อเป็นชนิดอ่อนฤทธิ์
2. วัคซีนเชื้อตาย
3. วัคซีนที่ใช้วิศวกรรมพันธุศาสตร์สร้างโปรตีนจากสิ่งมีชีวิต
4. วัคซีนที่ใช้ไวรัสเป็นตัวนำ
5. วัคซีนที่ใช้ DNA หรือ RNA

รายละเอียดข้อดีข้อเสียของวัคซีนแต่ละชนิดจะนำมาเสนอต่อไป


Source